[MUSIC] INTERVIEW WITH RHYMEKHAMHEANG & REJIZZ FROM FLOW DOJO

[MUSIC] INTERVIEW WITH RHYMEKHAMHEANG & REJIZZ FROM FLOW DOJO

[MUSIC] INTERVIEW WITH RHYMEKHAMHEANG & REJIZZ FROM FLOW DOJO

ช่วงนี้ถือว่าเป็นยุครุ่งเรืองของวงการ Hip Hop ในบ้านเราเลยก็ว่าได้ ทำให้เกิด Rapper หรือ ศิลปินหน้าใหม่อย่างมากมาย และเช่นกันสไตล์ของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป เราจึงไปสะดุด 2 หนุ่ม Rapper คลื่นลูกใหม่ ‘Rhymekhamhaeng’ และ ‘Réjizz’ 

ที่ผ่านมาเราได้ติดตามผลงานของพวกเขาผ่านทางอินเตอร์เน็ตมาพักใหญ่ๆ และยังเปิดเพลงฟังอยู่บ่อยครั้งในร้านของเรา ซึ่งนั่นจึงทำให้เราอยากจะรู้จักพวกเขามากขึ้น ให้มากกว่า ไรห์ม ในเพลงของเขา ถึงที่มา มุมมอง ความคิดต่างๆ จะเป็นอย่างไรนั้น ไปพูดคุย ผ่านบนสนทนาในครั้งนี้กันครับ

 

สวัสดีครับ ช่วยแนะนำตัวหน่อยครับ ทั้งคู่เลย

Réjizz : สวัสดีครับ ผมชื่อ เรย์เจ ครับ AKA Réjizz อายุ 23 ปีครับ

Rhymekhamhaeng : สวัสดีครับ Rhymekhamhaeng ครับผม

 

 

ปัจจุบันตอนนี้ทำอะไรกันครับ? 

Réjizz : ผมพึ่งเรียนจบจากนิเทศจุฬาได้มาปีนึงละครับ ปีนึงที่ผ่านมาผมให้เวลาตัวเอง 1 ปี ให้ทําตามความฝันเป็น Rapper/ศิลปินครับ และ perfecting the craft ในการทำเพลง

ใน 1 ปีนี้ ผมปล่อยไปแล้ว 1 EP, Origins EP ซึ่งมีทั้งหมด 8 เพลง ได้ร่วมงานกับ Rhymekamhaeng, Zambug และ D Gerrard ครับ และมีเพื่อนผมที่เป็น Producer, SS FLO, มาช่วยทําบีทด้วย

 ปีนี้ผมกําลังจะมีอัลบั้มอีกชุดครับชื่อ ‘No Dreamer’ ซึ่งจะเป็นอัลบั้มที่ผม produce เสียงดนตรีเองทั้งหมดครับ

Rhymekhamhaeng : ส่วนผมเพิ่งเรียนจบกำลังเริ่มทำงานครับ

 

 ช่วยเล่าที่มาในการเริ่มที่จะสนใจแร๊พ และทำเพลง ของแต่ละคนหน่อยครับ เริ่มจาก Rhymekhamhaeng ก่อนก็ได้ครับ

Rhymekhamhaeng : ผมเล่นดนตรีตั้งแต่เด็กครับ เปียโน กีตาร์กลอง พอม.ต้นถึงได้เริ่มฟังและหัดแร้พ ม.ปลายก็เริ่มอัดเพลงเล่นเรื่อยๆจนตอนนี้ครับ

 Réjizz : ผมได้ฟังแรพตอนอายุ 13 ครับ ฟัง Love the way you Lie ของ Eminem ครั้งแรกแล้วเนื้อร้องมัน relate กับผมมากๆ (ตอนนั้นพึ่งมี first love :P) หลังจากนั้นผมซื้ออัลบั้ม Recovery ของ Eminem มาแล้วฟังทั้งอัลบั้มทุกเช้าก่อนไปโรงเรียนจนผมแรพตามได้ทุกเพลง

ตอนอยู่โรงเรียน (Traill International School) เพื่อนผมจะชอบเปิด Wild n Out ให้ดูของ Nick Cannon ตอนเขา Rap Battle กัน ผมกับเพื่อนเลยจะชอบ battle กันช่วงพักเที่ยง ระหว่างเรียนเหมือนกันครับ เราจะชอบเขียนแรพลงในกระดาษแล้วส่งให้กัน อีกคนจะเขียนบาร์ต่อไป

ผมแรพและเขียนเนื้อเพลงไปเรื่อยๆจนถึงอายุ 18 อยู่ ม.6 (Year 13) ตอนนั้นพึ่งได้ iPhone 6s ซึ่งมี Garageband อยู่ในนั้นด้วย ผมเลยเริ่มทําบีทและแรพเล่นๆ ใช้หูฟัง iphone เป็นไมค์อัดครับ ตอนแรกทําขําๆให้เพื่อนฟังแต่พอทําไปเรื่อยๆเค้าบอกมันเริ่มฟังเหมือนเพลงแรพจริงๆแล้ว 

ตอนเข้ามหาวิทยาลัยผมก็แต่งเพลงให้ละครนิเทศเล่นๆไม่ได้คิดอะไรมากแต่ตอนคนเข้าไปฟังกันเค้ากลับชอบกันมากๆ จนผมได้ไปเข้าร่วมฝ่ายเพลงของละครนิเทศและแต่งเพลงให้ละครเวที

 

คิดว่าสไตล์เพลงของตัวเอง เป็นสไตล์อะไรครับ?

Réjizz : ผมก็ไม่รู้สไตล์ของตัวเองเท่าไหร่ครับ5555 ผมเริ่มฟัง old school rap มาตั้งแต่เด็กผมเลยเขียน style lyrical ได้  แต่โตมาเรื่อยๆก็เริ่มฟัง Trap มากขึ้น ได้มีลูกเล่นกับ flow และ น้ำเสียงมากขึ้น ตอนผมอยู่คนเดียวผมชอบฟัง jazz/blues แบบ John Mayer/Tom Misch ผมเลยหลงรักกับเสียงดนตรี ตอนเอาทุกอย่างมารวมกันมันก็กลายเป็น Hip Hop Hybrid อย่างนึงที่ปรับให้เข้ากับรสชาติที่ผมต้องการ

Rhymekhamhaeng : ผมก็หลากหลายแต่ที่พยายามดันคือ New Golden Era Newyork แบบแร็พเดือดบีทนุ่ม ไม่ต้องมีกลองก็ได้อะไรงี้ครับ

 

 

 ทำไมถึงใช้ชื่อว่า Rhymekhumhang?

Rhymekhamhaeng : โตมาที่ราม (รามคำแหง) ครับ เลยเอาไรห์มไปแปะ

Réjizz ล่ะ?

Réjizz : Réjizz = Ray jizz. มันคือสิ่งที่ผมชอบทํามากที่สุด (หัวเราะ) เป็นชื่อที่เพื่อนผมชอบเรียกผมตอนอยู่มัธยม ผมแค่คิดว่ามันตลกดีแต่สะกดให้มันดูเท่ห์ๆหน่อย

 

 

คือมันก็จะมีเพลงที่พูดถึงเรื่องราวชีวิต และย่านชุมชนที่อาศัย เช่นเพลง 3AM In Bangkapi, Hometown Flow หรือเพลง Straight Outta Klongtan เนี่ย พอเราฟังแล้ว มันทำให้สะท้อนวิถีชีวิตผู้คนย่านนั้นด้วย เลยอยากจะทราบว่า ย่านนั้นมีอะไรน่าสนใจบ้างครับ ทำไมถึงชอบที่จะนำเสนอชื่อย่านที่เราอยู่ คือมีอะไรดีเลยแหละว่าง่ายๆ (หัวเราะ)

Rhymekhamhaeng :  มันก็คงเป็นชานเมืองที่ไม่หรูหรา มีสลัม มีแหล่งยา มีเด็กช่างเด็กแว๊น เหมือนหลายๆที่รอบกรุงเทพแหละครับ

ส่วนเพลง Jarn Rhyme ก็เป็นอีกเพลงนึงที่ติดหูเลยที่เดียว พร้อมกับ MV ที่ทั่ง 2 ได้ทํารวมกัน ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยครับว่าเป็นมายังไง?

Réjizz : เพลงนี้ผมแต่งให้ Rhymekamhaeng ครับ Rhyme จะเป็นคนที่ทําบีท mix and master ให้ทุกอย่างและพาทุกคนใน Flow Dojo มาได้รู้จักกันครับ พูดง่ายๆคือทั้งการแรพและการทําบีทผมยกให้คนนี้เลยครับ ผมได้เรียนรู้เยอะมากเกี่ยวกับ sound ของเพลงและ sampling จาก Rhyme ใน 'Flow Dojo' เราเลยชอบเรียกเค้าว่า จารไรม์ (หัวเราะ)

''มีสลัม มีแหล่งยา มีเด็กช่าง เด็กแว๊น

เหมือนหลายๆที่รอบกรุงเทพแหละครับ'' 

 

Rhymekhamhaeng - 3AM In Bangkapi (Produced by Oliver.)
Hometown Flow - Rhymekhamheang ft.Réjizz
Jarn Rhyme(จารไรม์) - Réjizz ft.Rhymekhamheang
 

 Flow Dojo คืออะไรครับ?

Rhymekhamhaeng : Flow Dojo มี 2 ความหมาย หนึ่งคือเพื่อนผม ผมย้ายที่เรียนบ่อย ก็เลยเอาคนที่ทำเพลงคล้ายๆกันมารู้จักกัน ถึงคำนี้จะเกิดขึ้นใน 2018 แต่ก็มีเพื่อนที่รู้จักกันมาก่อนนั้นนานมาก อาจจะม.ต้น ความหมายที่สองคือบ้านเก่าที่ราม เวลาไปรวมตัวทำเพลงหรือนั่งเล่นกันที่นั่นก็จะพูดว่าไปเจอกันที่โดโจ อะไรงี้ครับ

 

 ด้วยผลงานที่ผ่านมา ยอมรับตรงๆว่าเป็นที่น่าจับตามองจริงๆ มีค่ายไหน หรือรุ่นพี่ในวงการเช้ามาพูดคุยหรือเชิญชวนบ้างไหมครับ

Réjizz : ผมได้มีโอกาสคุยกับบางค่ายครับ แต่ส่วนมากเค้าอยากให้ผมเปลี่ยนแนวให้มันขายได้ ผมเลยปฏิเสธเขาไป แต่มีรุ่นพี่ในวงการ hip hop คนนึงที่ support ให้ผมเป็นตัวเองมากที่สุดครับ ผมเลยเลือกที่จะอยู่กับคนนี้ แต่ขอเก็บเป็นความลับก่อนนะครับ รอพี่เขา make official announcement

 

มีศิลปินท่านใดที่เป็นแรงบันดาลใจบ้างไหมครับ?

Rhymekhamhaeng : ผมชอบ Roc Marciano, Rome Streetz, Ransom, Stove God Cooks, Daniel son, Griselda

Réjizz : นัมเบอร์วันของผมคือ  Mac Miller เลยครับ ตอนผมฟังเพลงเค้ามันรู้สึกมีความ sincere and genuine มากๆเหมือนเค้าคุยกับผมอยู่ และดนตรีของเค้าเป็น sound ที่ special มากๆจะมีความ psychedelic อยู่ด้วย ซึ่งเค้าก็เป็นศิลปินคนนึงที่ produce ให้ตัวเองเหมือนกัน Personality ของ Mac Miller ผมรู้สึกว่าคล้ายๆผม ผมว่าถ้าเขามีชีวิตอยู่แล้วได้มีโอกาสเจอกันผมว่าเราน่าจะเป็นเพื่อนกันได้(หัวเราะ) Cordae ก็เป็นอีกคนนึงที่เกิดมาเหมือนผม Cordae แก่กว่าผมไม่กี่เดือนเองครับ เค้าเคยพูดเหมือนกันว่าเค้าก็ฟังยุค old school ฟัง Jay Z แต่โตมาก็เริ่มฟังและสะสมแนวอื่นๆด้วย ก็เลยเป็นคนนึงที่ผมคิดว่าเป็น Hybrid Rapper ส่วน Eminem และ J cole ก็ยังเป็นพ่อผมเสมอ

 

 

มาพูดถึงเรื่องแนวทางของตัวเองกันบ้างดีกว่า อย่างทราบแหละว่า ในบ้านเราตอนนี้ แนวดนตรี Hip Hop กลายเป็นกระแสหลักไปแล้ว ส่วนใหญ่คนที่ทำเพลง ก็จะทำตามสื่งที่เขาฮิตกัน หรือทำแล้วมันขายได้ แต่ว่าพวกคุณก็ยังเลือกที่จะทำสวนทางกับพวกเขา ตรงนี้พวกคุณมีความเห็นยังไงบ้าง

Réjizz : ผมว่าเราเป็น Generation แรกๆที่แรพภาษาอังกฤษที่ทําให้คนไทยอยากฟังได้ ผมเข้าใจว่าสิ่งที่เราทํามันไม่แมสแต่ผมคิดว่าเรากําลังสร้างเส้นทางใหม่ให้กับ Generation ต่อๆไป และผมว่าอีกหน่อยตอนเราแก่แล้ว เราจะเป็น founding fathers ของแนวนี้ (หัวเราะ) ผมรู้สึกชื่นใจตลอดตอนผมเห็นคนในคอมเม้นเขียนว่าอยากเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มตอนฟังเพลงผม ผมว่าผมดูเหมือนคนไทยทั่วไปด้วยแหละ ทําให้คนฟังรู้สึก ‘ถ้าพวกนี้ทำได้เราก็ทำได้’ และผมคิดว่าเราเป็นสะพานที่สามารถ connect กับคนฟังประเทศอื่นๆได้ด้วยครับ

Rhymekhamhaeng : ส่วนผม ผมทำที่ผมชอบ ไม่ใช่ที่ตลาดชอบ อีกห้าสิบปีผมกลับมาฟังผมก็ชอบ

 

"ผมรู้สึกชื่นใจตลอด ตอนผมเห็นคนในคอมเม้นเขียนว่าอยากเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มตอนฟังเพลงผม ผมว่าผมดูเหมือนคนไทยทั่วไปด้วยแหละ ทําให้คนฟังรู้สึก ‘ถ้าพวกนี้ทำได้เราก็ทำได้’ และผมคิดว่าเราเป็นสะพานที่สามารถ connect กับคนฟังประเทศอื่นๆได้ด้วยครับ"

 

แฟชั่นกับดนตรี แน่นอนแหละมันเป็นของคู่กันมาตลอด คือถ้าย้อนกลับไปในยุคก่อนๆถึงปัจจุบัน สไตล์และการแต่งกายของ Rapper มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงมาเรื่อยๆตามยุคสมัย พวกคุณทั้งสองคนให้ความสำคัญกับเรื่องการแต่งกายยังไงบ้างครับ

Réjizz : ผมว่าแฟชั่นเปลี่ยนไปเยอะมากเลยครับ เมื่อก่อน Hip hop คือกางเกงหลวมๆใหญ่ๆ หมวกใส่เอียง สีขาว/ดำ แต่ตอนนี้คือ กางเกงแน่นๆหลุดตูด สร้อยคอหนักๆ สักหน้า สีผมเป็นสายรุ้ง ผมว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจนะ The evolution of fashion in hip hop แต่บางคนใส่มีทุกอย่าง สัก สร้อย แต่งสีสันมาก แต่เพลงนี่ไม่ได้เรื่อง 5555 มันทําให้ผมคิดถึงพวกที่เล่นบาสและมีรองเท้าแพงๆใส่ arm sleeve, head band แต่เล่นกากที่สุดในทีม (หัวเราะ) ตอนนี้แฟชั่นของผมจะ Simple ครับ ผมอยากดูเหมือนคนธรรมดาแต่ตอนจับไมค์ผมกลายเป็นพระเจ้า (หัวเราะ) แต่ถ้ามีตังค์เยอะกว่านี้ผมก็อยากลอง experiment ในการแต่งตัวมากขึ้น 

Rhymekhamhaeng : ส่วนผมตามอารมณ์เลยครับ แต่ส่วนมากก็ไม่ได้สนใจเพราะไม่ได้ไปออกงานที่ไหน อยุ่บ้านก็เสื้อกล้ามเกงเล ผมไม่ได้มีตังค์ไปซื้ออะไรใส่ขนาดนั้น

 

 วางแพลนของตัวเองเรื่องการทำเพลงในอนาคตไว้ยังไงบ้างครับ

Réjizz : ตอนนี้ผมก็รอทำอัลบั้มใหม่ให้เสร็จก่อนครับ ปล่อยเสร็จแล้วผมอยาก perform เพลงผมแบบ full band เลยครับ อยากไป world tour ด้วยครับถ้าผมทำได้ (หัวเราะ) ผมอยากสร้าง merchandise/vinyl/cassette tape ให้เป็น collective item ด้วยครับ และอีกหน่อยถ้ามีคนแบบผมมากขึ้น ผมก็อยากทําค่ายเพลงเหมือนกันครับ

Rhymekhamhaeng : แพลนไว้ว่าจะทำเรื่อยๆครับแต่พอเริ่มทำงานก็รู้เลยว่าจะมีเวลาน้อยลง

 

สุดท้ายนี้อยากให้ฝากผลงานของตัวเองหน่อยครับ

Rhymekhamhaeng : ฝาก Bag of Rhyme$ EP ด้วยครับ ดรอป 25 กค. นี้

Réjizz : ผมพี่งปล่อย Origins EP ไปในเดือนมกราคมนี้นะครับ

ฝากไปฟังด้วยครับ ฟังได้ทุก platform มี MVสวยๆเกือบทุกเพลงครับ แล้วอีกไม่นานผมมีอัลบั้มใหม่ที่จะทําให้ทั้งโลกหยุดหมุนได้ รอชมกันนะครับ

 

ติดตามผลงานของ Rhymekhamhaeng และ Réjizz ได้ที่

YouTube Channel : Flow Dojo / Réjizz

Instagram : @rhymekhamhaeng / @rayjayrangsit

 


Older Post